การพัฒนาและส่งเสริมให้ SMEs ใช้ Mobile Application ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย

นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน ได้พยายามผลักดันให้มีการเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมในสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดโอกาสทางตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนา เทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้กับการบริหาร การจัดการในธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นมาตรการของรัฐบาลที่จะผลักดันให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (GDP Growth Rate) และระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นไปตามเป้าหมายที่กาหนด

เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้จัดทาดาเนินงานโครงการ “โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ” หรือเรียกว่า ECIT (อ่านว่าอีซี่ไอที) โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมและกระตุ้นให้ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ได้ใช้ประโยชน์จากไอทีในกิจการ เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพในกิจการได้ โดยได้ดาเนินงานมาตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2552 – 2555 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก SMEs และในปีงบประมาณ 2556 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังคงดาเนินงานโครงการ ECIT เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ได้ใช้ไอทีเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพของกิจการ

สาหรับในปีนี้ โครงการ ECIT ได้ดาเนินงานในกิจกรรมใหม่ ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย คือกิจกรรม “พัฒนาและส่งเสริมให้ SMEs ใช้ Mobile Application” เนื่องจากในโลกปัจจุบัน ปริมาณการใช้ Tablet มากขึ้น (ความหมายของแท็บเล็ต :Tablet คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทางานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทางานได้ด้วยตัวมันเอง”) ซึ่งมีผู้ผลิต Tablet มาวางจาหน่ายเป็นจานวนมาก เช่น Ipad หรือ Galaxy เป็นต้น ซึ่งการใช้งานของผู้ใช้ มีทั้งในเรื่องบันเทิง และในเพิ่มประสิทธิภาพการทางาน โดยผ่านการใช้โปรแกรมบน Tablet คือ Mobile Application ซึ่งปัจจุบันมีผู้พัฒนา Mobile App มากมาย แต่จะเน้นไปในด้านบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ โครงการ ECIT เห็นว่า หากมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ Mobile App มาประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรม ก็จะทาให้ SMEs ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพของกิจการได้ สาหรับตัวอย่างระบบ Mobile App ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดาเนินงานของ SMEs เช่น ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้าน POS (Point Of Sales) ที่เชื่อมต่อกับบริการสินค้าคงคลัง (Stock) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Cloud Computing) เป็นต้น โดยการป้อนข้อมูลผ่านทาง Tablet สาหรับ SMEs ซึ่งระบบดังกล่าวนี้ สามารถช่วยให้ SMEs ได้นาประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น สาหรับกิจกรรมนี้ คาดหวังว่าจะมี Mobile Application ไม่น้อยกว่า 5 App ที่จะให้บริการแก่ SMEs ไม่น้อยกว่า 250 กิจการ

การพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทางเศรษฐกิจ

ในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน

เนื่องจากปัญหาเรื่องระบบการชำระเงิน ระบบการส่งสินค้า และระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันได้มีการแก้ปัญหาและพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นแนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจะเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้น เนื่องจากการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น จุดเด่น คือประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยลดความสำคัญขององค์ประกอบของธุรกิจที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นอาคารที่ทำการ ห้องจัดแสดงสินค้า คลังสินค้า พนักงานขายและพนักงานให้บริการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์คือ ระยะทางและเวลาทำการแตกต่างกัน จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจอีกต่อไป

วัตถุประสงค์ของการใช้งานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการทำให้เกิดกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นลดการใช้กระบวนการที่ต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวเพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการบริการ การพัฒนาและเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีใดๆมาใช้นั้นมีให้เลือกมากมายหลายวิธี ผู้ประกอบการอาจจะต้องเริ่มจากเล็กๆ ไม่ซับซ้อน เช่นการใช้อีเมล์ การดูอินเทอร์เน็ต และลองดูว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง จนถึงขั้นที่อาจจะสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเองก็ได้

องค์ประกอบหลักของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1.สร้างเว็บเพจ หรือร้านค้าบนเว็บ : ซึ่งสามารถประกาศขายสินค้าบนระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยอาจเป็นเพียงหน้าโฆษณาสินค้าธรรมดาที่เอาไปฝากกับเว็บไซต์อื่น หรือร้านค้าอื่นไว้ หรือ มีชื่อร้าน หรือเว็บไซต์เป็นของตนเอง

2.สร้างระบบตะกร้ารับสิ่งของสั่งซื้อ (Shopping Car System) : เป็นระบบที่สามารถคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าจากหน้าเว็บเพจได้โดยการคลิกซื้อแต่ละครั้ง จะเป็นการหยอดของลงตะกร้า หรือรถเข็นและสะสมไว้จนกว่าเราจะซื้อของครบ และตัดสินใจให้ระบบแคชเชียร์อัตโนมัติคำนวณเงิน

3.สร้างระบบความปลอดภัยในการชำระเงินค่าสินค้า ( Secure Payment System) : เป็นระบบ คิดคำนวณเงินและชำระเงินค่าสินค้าที่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่จะชำระด้วยบัตรเครดิต

4.องค์ประกอบของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คำสั่งซื้อที่ได้จะถูกส่งเข้า Mail Box หรือตู้จดหมายของเราโดยอัตโนมัติ

การพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเพื่อลดต้นทุน

ในภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง การทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับจำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก การเน้นการพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์และการบริการให้สอดคล้องกันทั้งระบบการตลาด โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีความหลากหลาย มีบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย สะดุดตา ในขณะเดียวกัน ราคาขายต้องเป็นราคายุติธรรม และผู้บริโภครับได้ ในด้านการบริการได้มีนโยบายการขยายช่องทางการจำหน่ายให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกในการซื้อ ด้วยการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วประเทศอย่างมีระบบ และการกระจายสินค้าทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ยังผลักดันให้เกิดการแข่งขันในภาคการผลิตของประเทศต่างๆให้สูงขึ้นตามไปด้วย ความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทยในอนาคตจึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมจากการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆมีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมไทย เพราะเครื่องจักรอุปกรณ์เป็นหัวใจของการผลิตสามารถใช้แก้ปัญหาการผลิต ทดแทนแรงงานฝีมือที่นับวันจะขาดแคลนมากขึ้น หรือแม้แต่การลดต้นทุนการผลิต

การพัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

โดยรูปแบบในการพัฒนาอาจเป็นด้านบรรจุภัณฑ์ หรือตัวผลิตภัณฑ์อาหารก็ได้ งานพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น อาศัยทั้งระบบและกลยุทธ์ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ การสร้างแนวความคิดผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนเริ่มต้นสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยอาศัยการเข้าถึงความต้องการหรือความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง การค้นหาความต้องการของผู้บริโภคจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ การเลือกใช้เทคนิคใดนั้นขึ้นกับการพิจารณาความเหมาะสม เช่น วัตถุประสงค์ในการสำรวจ งบประมาณ ระยะเวลา และความรู้ความเข้าใจในเทคนิคของผู้ดำเนินงาน

การพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการขนส่งของภูมิภาค ตลอดจนเป็นประตูเศรษฐกิจของพื้นที่เอเชียตอนใน รวมทั้งเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ การแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันไม่ได้เป็นการแข่งขันด้านการผลิตเพื่อให้มีต้นทุนต่ำที่สุดเท่านั้นแต่จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น การกระจายและขนส่งสินค้า การจัดการโลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่จะนำมาใช้ประกอบการวางแผนระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์

การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องหลายองค์กรที่ร่วมกันประชุมหารือประสานงานระดมสมองแก้ปัญหา เพื่อเปิดมิติใหม่ให้กับระบบการขนส่งสินค้า อาทิ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันทำให้ระบบโลจิสติกส์เป็นรูปธรรมอย่างเช่น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขนส่งและ Door – to – Port ข้อตกลงเพิ่มประสิทธิภาพของขนส่งสินค้า และข้อตกลง การนำส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ด่วนถึงมือผู้รับส่วนยุทธศาสตร์ทางอากาศนั้น มี 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ Global Distination Network โดยขยายเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั่งโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของสินค้า ในกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส และเอเซียใต้พัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติให้เป็นประตูระดับโลกโดยให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นประตูสู่ระดับโลก โดยให้สนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตเป็นประตูสู่ภูมิภาคเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ของโลกด้านอาหาร ผัก ผลไม้สด ดอกไม้ แฟชั่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ และเครื่องประดับ

การแข่งขันในตลาดโลกนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆความรวมเร็ว และต้นทุนทีทถูกลงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะประเทศไทยมีต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงถึง 25-30 %จึงต้องเร่งแก้ปัญหา นอกเหนือจากการร่วมมือกับประทรวงการคลัง เพื่อวางแผนในการกำหนดแผนพัฒนาโลจิสติกส์ระดับประเทศแล้ว ส่วนของกระทรวงคมนาคมจะดูว่ามีศูนย์กระจายสินค้าคลังสินค้าที่รวบรวมสินค้าแล้วดูว่าจะส่งไปถึงปลายทางได้อย่างไร แต่เดิมเคยคิดว่าจะให้มีคลังสินค้า4 มุมเมือง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ขณะนี้กำลังดูรูปแบบที่เหมาะสมแล้วจะนำมาผสมผสานกับการขนส่งในหลายรูปแบบ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ เรือ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้สินค้าขนส่งได้เร็วที่สุดในราคาถูกที่สุดหากเป็นการขนส่งทางอากาศต้องเป็นสินค้าที่มีราคาแพง บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ต้องการความรวดเร็วหรือเป็นสินค้าเทกอง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรต่างๆ ก็ต้องขนส่งทางเรือ การบริหารจัดการเพื่อความรวดเร็วนั้นสำคัญ แต่ว่าการขนส่งให้ต้นทุนถูกก็สำคัญเช่นกัน แล้วแต่สินค้าแบบไหน แต่ต้องมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพราะโลจิสติกส์ คือการควบคุมทุกอย่าง ซึ่งเรามีข้อมูลแล้วว่าสินค้าแต่ประเภทจะขนส่งทางไหนบ้างจึงจะคุ้มค่าที่สุด

การพัฒนาระบบเพื่อสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ


ในปัจจุบันถือได้ว่ามีทิศทางที่ชัดเจนที่มีความพยายามในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขณะเดียวกันยังต้องการที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบการศึกษาใหม่เข้ามาพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ คือ จะทำธุรกิจอะไรดี สร้างธุรกิจใหม่แล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากจะสร้างธุรกิจแล้วควรจะเริ่มต้นอย่างไร ต้องมีการพัฒนาความคิดจากปัจจัยใดบ้างจึงจะไม่ผิดพลาด ควรมีขั้นตอนในกระบวนการคิดก่อนดำเนินการอย่างไรบ้าง มีข้อเตือนใจอะไรบ้างก่อนดำเนินธุรกิจ เพื่อที่จะเกิดการผิดพลาดน้อยที่สุด

การดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะนำมาสร้างแนวคิดเชิงระบบที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะเข้ามาสู่ธุรกิจประสบความสำเร็จได้โดยง่าย โดยมีประเด็นประกอบการนำเสนอดังต่อไปนี้
1. การมีความรู้ในสาขานั้นๆ หรืออาชีพนั้นๆ ในเชิงลึก เพราะการที่ท่านจะสร้างธุรกิจในขณะที่ท่านขาดความรู้ ความชำนาญ ย่อมทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้ยากมาก ท่านจึงควรสนใจศึกษาเพิ่มเติม ค้นคว้า สอบถามจากผู้ที่ดำเนินธุรกิจนั้นๆ อยู่ก่อนว่าดำเนินธุรกิจอย่างไร ต้องมีความรู้ในเรื่องใดบ้าง มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง และควรจะสอบถามจากหลายๆแห่งในหลายสถานที่เพื่อที่จะได้ทราบมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และเกิดมุมมองที่หลากหลายมีความรอบคอบมากขึ้น และหากได้มีโอกาสศึกษาจากแต่ละสถานที่ที่แตกต่างกัน เช่น กรุงเทพ หาดใหญ่ เชียงใหม่ ด้วยก็จะทำให้สามารถมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยท่านจะต้องหัดเป็นคนตั้งคำถามว่า ทำไมกิจการจึงประสบความสำเร็จ ทำไมกิจการจึงประสบความล้มเหลว ทำไมกิจการจึงต้องดำเนินการเช่นนั้นมีเหตุผลอย่างไร มีกลยุทธ์ใดทำให้เขาประสบความสำเร็จ เขาใช้กลุ่มเป้าหมายใดในการทำตลาด เป็นต้น
2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกอย่างละเอียด ท่านจะต้องกำหนดพื้นที่กลุ่มเป้าหมายหรือขอบเขตพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจให้ชัดเจนก่อน และต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอกอย่างครบถ้วน
3. การวิเคราะห์ศักยภาพของตนเองและครอบครัว ที่นอกเหนือจากความรู้ ความชำนาญในอาชีพหรือธุรกิจนั้นๆ ว่าศักยภาพด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่จำเป็น เช่น มีเวลาเพียงพอที่จะทุ่มเทการดำเนินงานหรือไม่ มีผู้ช่วยดำเนินการมากน้อยเพียงใด มีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอในขั้นเริ่มต้นการดำเนินการหรือไม่ มีทำเลที่ดี มีการเตรียมการด้านกฎหมายบัญชี
4. การสร้างภาพจำลองธุรกิจ ผู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจควรจะพยายามวาดแผนภาพหรือแผนภูมิ โดยอาศัยความสัมพันธ์ทั้งจากการวิเคราะห์ด้านปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในตามข้อ 1-3 ข้างต้น มาสร้างภาพจำลองธุรกิจของตนโดยมองให้เห็นภาพของการดำเนินการทั้งหมด
5. การทดสอบภาพจำลองด้วยการวิจัยหรือการสอบถามกับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นลูกค้าว่าทีความเห็นอย่างไร รวมทั้งทำการทดสอบกับผู้ประกอบการโดยรวบรวมนำภาพจำลองมาเขียนเป็นประเด็นในการดำเนินการในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร หากนำไปปฏิบัติจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ข้อมูลที่ได้จากการทดสสอบเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและควรได้มีการนำความเห็นจากการวิจัยนำกลับมาทบทวนเพื่อปรับภาพจำลองให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาจจะต้องเปลี่ยนภาพจำลองให้เหมาะสมมากขึ้น ข้อสรุปจากภาพจำลองนี้จะนำไปสู่การเขียนแผนธุรกิจด้านอื่นๆต่อไป
6. การเขียนแผนธุรกิจ จากการทดสอบภาพจำลองธุรกิจและมีการปรับปรุงภาพจำลองแล้วก็นำภาพนั้นมาสู่การเขียนรายละเอียดของแผนธุรกิจในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่น ด้านการตลาด ด้านการเงิน ด้านบุคลากร กลยุทธ์หลักของกิจการ ทั้งนี้ให้อาศัยภาพจำลองที่นำมาสรุปเป็นกรอบในการดำเนินการต่อไป
7. การปรับปรุงแผนให้สอดคล้องและการวางแผนการดำเนินการตามระยะเวลา
8. มีการทบทวนแผนการทำงานเป็นระยะ ๆ เช่น เมื่อดำเนินการธุรกิจไปแล้ว 1 ปีไม่ประสบความสำเร็จทั้งนี้อาจจะมาจากสาเหตุใดๆก็ตาม ควรทำการศึกษาหาปัญหาแะสถาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่าสภาพแวดล้อมที่เคยศึกษามาได้เปลี่ยนแปลงไป