ขีดขั้นการพัฒนาระบบในการขยายธุรกิจให้กลายเป็นระบบแฟรนไชส์ที่ดี


ปัจจุบันนี้การขยายธุรกิจนั้นทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการขยายด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายด้วยการขายส่ง หรือการขยายสาขาตัวเองเป็นเครือข่าย หรือการทำธุรกิจแบบขายตรง ในแต่ละรูปแบบธุรกิจก็มีความแตกต่างในวิธีการออกไป แต่มีบางธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบแฟรนไชส์ เนื่องมาจากลักษณะสำคัญของธุรกิจเป็นตัวบังคับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะธรรมชาติธุรกิจต้องเน้นการให้บริการในจุดจำหน่ายไม่สามารถที่จะนำเสนอสินค้าบริการด้วยรูปแบบสำเร็จรูป ใส่กล่องส่งขายในลักษณะช่องทางจัดจำหน่ายทั่วไปได้ แต่จำเป็นต้องมีการสร้างมาตรฐานในการจัดการ การทำร้านให้เป็นรูปแบบ ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยจำเป็นต้องขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อยังคงวิธีการให้บริการและการผลิตสินค้าในจุดขาย ดังนั้นถ้าการขยายสาขาของบางธุรกิจจำเป็นต้องสร้างระบบแฟรนไชส์มาสนับสนุนแล้วก็จะต้องทำความเข้าใจระบบธุรกิจอย่างดีเสียก่อน

ปัจจุบันมีการพัฒนาในรูปแบบของก้ำกึ่งจะเป็นแฟรนไชส์หรือเป็นการดำเนินการแบบ ธุรกิจสร้างอาชีพ  ซึ่งมักจะเกิดปัญหาในการขยายตัวหรือการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าการสร้างธุรกิจสร้างอาชีพหรือการลงทุนขนาดเล็กรูปแบบดังกล่าวเป็นความผิดพลาดหรือเป็นการหลอกลวง เพราะรูปแบบธุรกิจดังกล่าวนั้นมีอยู่แล้วมีการดำเนินการอย่างนี้มาเนิ่นนานเป็นแบบวิธีการหนึ่งของธุรกิจ เพียงแต่วันนี้อาจจะใช้คำจำกัดความในการเรียกไม่ลงตัว แต่เดิมหลายคนคงเคยได้ยิน ธุรกิจแบบลุงขาวไขอาชีพ ที่มีการสอนทำขนม อาหารและมีการขายอุปกรณ์พร้อมสำหรับคนที่อยากจะลงทุนทำอาชีพตัวเอง แต่ต้องเน้นกันด้วยว่าวิธีนี้ไม่ใช่เป็นวิธีการของแนวคิดแบบแฟรนไชส์

ธุรกิจแบบสร้างอาชีพนั้นจะมีขีดขั้นสามารถพัฒนาต่อเนื่องให้กลายเป็นระบบแฟรนไชส์ที่ดีได้ในขณะเดียวกันก็สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจค้าส่งหรือการสร้างสินค้ากลายเป็นโรงงานเน้นในแง่การผลิตไปได้ด้วย ในกรณีที่พัฒนาเข้าสู่ระบบการผลิตและเน้นการขายสินค้าแบบขายส่งธรรมดานั้นจะต้องมีการระวังในเรื่องแนวทางที่ต้องชัดเจน การให้สิทธิ์กับร้านสมาชิกและต้องมั่นใจในสินค้าที่จะรักษาคุณภาพในการผลิตได้จริง รวมถึงต้องยอมรับว่าในที่สุดสิ่งที่จะได้ก็คือ ตราสินค้า แต่ไม่ใช่ตราของร้านค้า การขยายงานแบบนี้จะกลายเป็นธุรกิจขายสินค้าทั่วไปไม่ใช่การขายทั้งระบบการจัดการ แบบที่แฟรนไชส์เป็น

แต่ถ้าหากต้องการวางแนวทางต้องปรับรูปแบบให้เป็นแฟรนไชส์ก็สามารถทำได้โดยเริ่มจากต้องวางแผนให้แน่ชัดเสียก่อนว่าต้องการสร้างระบบแฟรนไชส์จริงหรือไม่ และทำความเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้ชัดเจนวางแผนงานให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น สำคัญที่สุดคือ การออกแบบธุรกิจให้เหมาะสมกับการลงทุนของแฟรนไชส์ซีจริง สร้างรายได้และกำไรพร้อมที่จะกลายเป็นธุรกิจยั่งยืนได้ การวางแผนงานด้านการจัดการระบบการถ่ายทอดและสร้างคู่มือปฏิบัติที่เอามาใช้งานจริงร่วมกับทีมงานที่จัดตั้งเพื่อการรองรับสาขาด้วย การให้การสนับสนุนจริงจัง ความสำเร็จของแฟรนไชส์ซีจะสร้างผลกำไรให้กับองค์กรไปด้วย การจัดเก็บค่าบริหารจัดการต้องมีการวางแผนถูกต้อง ซึ่งธุรกิจลักษณะดังกล่าวถ้าต้องการปรับเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์อาจจะต้องเริ่มจากการสร้างร้านต้นแบบขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองเสียก่อน โดยมีหลักยึดที่จะต้องออกแบบให้ธุรกิจมีขนาดการลงทุนที่เหมาะจะเป็นอาชีพยั่งยืน เป็นร้านก็ให้มีขนาดพื้นที่และมียอดขายสูงพอที่จะสร้างกำไรคุ้มกับการลงแรง และเป็นธุรกิจมากกว่าอาชีพเสริม ถ้าหากมีร้านต้นแบบที่ดูใช้ได้แล้วการดำเนินการที่สร้างกำไรได้จริง แต่ต้องมีมากสาขาขึ้นมาอีกข้อเช่น อาจจะต้องมีเกินกว่า 3 สาขาเพื่อการเข้าใจธุรกิจที่เป็นระบบสาขาเราจะดูแลบริหารอย่างไร เมื่อมีสาขาแฟรนไชส์จะได้เข้าใจในการบริหารร้านที่ต่างพื้นที่ ต่างคนทำงาน ต่างลูกค้าจะต้องดูแลอย่างไร ในช่วงต่อมาต้องมีการสร้างชื่อเสียงให้ตราสินค้าเป็นที่รู้จัก เริ่มเน้นเรื่องระบบการบริหารงาน การจัดทำเครื่องมือการถ่ายทอดวิธีการทำงานให้เหมาะสม แล้วจึงเริ่มสร้างระบบแฟรนไชส์ขยายงานออกไป

เมื่อสามารถแยกแยะความแตกต่างของธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจสร้างอาชีพได้แล้ว สำหรับธุรกิจสร้างอาชีพที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กนั้นก็ยังสามารถพัฒนาได้ต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ใช่ธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ก็ตาม การพัฒนาธุรกิจจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายสร้างเครือข่ายที่ จะต้องซื้อสินค้าก็ยังทำได้และสุดท้ายการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ผลิต แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจสร้างอาชีพนั้น ไม่ได้เน้นในแง่ความสัมพันธ์ หรือจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในตราร้านค้าให้กับธุรกิจในระยะยาว และสุดท้ายอยู่ที่นักลงทุน ต้องเกิดความเข้าใจจริงๆเสียก่อนว่า ธุรกิจที่ต้องการลงทุนนั้นเป็นอะไรแน่และต้องการอะไรจากการลงทุนนั้นๆ การขาดความเข้าใจในตัวธุรกิจอย่างชัดเจนจะทำให้เกิดความเข้าใจรวมทั้งการคาดหวังที่ผิดไป ซึ่งภาวะดังกล่าวจะทำให้การลงทุนเสียหายด้วยความไม่เข้าใจและเสียกำลังใจภายหลังได้

ความสำคัญของการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ


การพัฒนาระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศสามารถแบ่งออกเป็นระบบย่อยได้มากมาย เช่น ระบบประมวลผลข้อมูล ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ หรือระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น ซึ่งระบบสารสนเทศแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันในการดำเนินงาน และการใช้ฐานข้อมูล จึงต้องได้รบการพัฒนาขึ้นตามคุณสมบัติเฉพาะ อย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบสารสนเทศจะมีลักษณะร่วมกันของการดำเนินงานที่เป็นระบบและต้องอาศัยความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงาน การศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แต่เฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารสนเทศแต่มีความจำเป็นสำหรับสมาชิกอื่นขององคืการที่ต้องเกี่ยวข้องในฐานะผู้ใช้ระบบ

ความสำคัญของผู้ใช้ต่อการพัฒนาระบบ
ผู้ใช้ระบบ คือผู้จัดการที่ควบคุมและดูแลระบบสารสนเทศขององค์การและ หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกับระบบสารสนเทศ ผู้ใช้จะเป็นบุคคลที่ใช้งานและปฏิสัมพันธ์กับระบบสารสนเทศโดยตรง เช่น จัดเก็บ ปรับปรุง ประมวลผลข้อมูล และนำข้อมูลมากใช้งาน เป็นต้น ดังนั้นผู้ใช้ระบบสมควรมีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาระบบสารสนเทศ ตั้งแต่เริ่มต้นที่จะพัฒนาระบบให้กับองค์การ โดยบุคคลหรือกลุ่มสมควรที่จะมีการทำงานที่ใกล้ชิดกับทีมงานผู้พัฒนาระบบ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานผู้พัฒนาระบบ เพื่อให้การพัฒนาระบบใหม่สำเร็จลงด้วยดีทั้งในด้านงบประมาณ กรอบของระยะเวลาและตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ปัจจุบันหลายองค์การได้พัฒนาระบบและใช้งานระบบสารสนเทศในระบบที่แตกต่างกัน เช่น บางหน่วยงานอยู่ในช่วยเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ ขณะที่บางองค์การได้บูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับทุกส่วนงาน เป็นต้น แต่ไม่ว่าระบบสารสนเทศ จะมีความก้าวหน้าเพียงใดก็ไม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ได้ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หรือลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ระบบงานปัจจุบันขาดความสามารถในการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างไปมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้ระบบไม่พึงพอใจต่อการใช้ระบบปัจจุบัน จึงเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความคิดในการที่จะพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาทดแทน

การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นงานใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากรขององค์การ และระยะเวลา แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยให้การพัฒนาระบบประสบความสำเร็จคือ ผู้ใช้ระบบจะต้องให้ข้อมูลแก่ทีมงานพัฒนาระบบในด้านต่าง ๆ คือ สารสนเทศที่หน่วยงานต้องการผู้ใช้ต้องการให้ระบบมีความสามารถอย่างไร และปัญหาหรือความไม่พอใจในระบบปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ระบบปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ระบบปัจจุบันมีขั้นตอนในการทำงานที่ยุ่งยากและซับซ้อน และระบบปัจจุบันมีการทำงานที่ผิดพลาดบ่อยครั้ง โดยที่การพัฒนาระบบให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย

ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ

5

ปัญหาหรืออุปสรรคในการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ เพื่อการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียนและเอเซีย – ปานหทัย นิติลัทธิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าธนบุรี ในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราต่างได้รับรู้ถึงนโยบายของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น“ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียนและเอเซีย” ยุคนี้จึงถือเป็นยุคทองของคำว่า “Hub” อย่างแท้จริงเพราะไม่ว่าหันไปทางไหนก็มักมีคำว่า “Hub” พ่วงท้ายมาด้วยเสมอ แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจถึงนโยบายและความเป็นไปได้ของการเป็น Hub Logistics ของไทยว่าจะเป็นไปในทิศทางใดและมีอุปสรรคสำคัญอะไรที่ทำให้ความฝันดังกล่าวอาจไปไม่ถึงดวงดาวอย่างที่ใครหลายคนคาดหวัง

ด้วยแรงผลักดันจากกระแสโลกาภิวัฒน์และการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อเอาชนะคู่แข่งการค้าที่นับวันจะพัฒนาและไล่หลังเรามาทุกที เนื่องจากไทยต้องพึ่งพิงภาคการส่งออกเป็นหลักในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนที่ไทยมีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุด (23% เทียบกับการส่งออกทั้งประเทศ) และรัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการขนส่งในภูมิภาคนี้ จึงได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและก้าวสู่การเป็น Hub Logistics อย่างสมบูรณ์แบบปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียนและเอเซียได้นั้น ต้องประกอบด้วยหลายส่วน โดยมีการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปการ การจัดการกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมธุรกรรมทางการค้า รวมถึงการเชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ ซึ่งศูนย์กลางโลจิสติกส์เป็นผลสืบเนื่องจากการสร้างประสิทธิภาพทางด้านโลจิสติกส์ให้สูงขึ้นเพื่อให้เกิดกระบวนการสร้างงานหรือกระบวนการเพิ่มคุณค่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งการขนส่งทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีเพื่อเปิดประตูการค้า และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าต่างๆ แม้ที่ผ่านมาอาจล่าช้ากว่าเป้าหมายที่วางไว้เนื่องจากผลกระทบจากหลายๆ ด้าน แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยอาจต้องฝันค้าง หรือได้แต่ฝันนั้น มีสาเหตุมาจากปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่คอยขัดขวางการพัฒนา

การพัฒนาระบบขนส่งเพื่อความสะดวกสบาย

ในปัจจุบันการขนส่งของมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาไปไกลพอสมควร ซึ่งระบบขนส่งมวลชนในแบบต่างๆก็จะมีการใช้งานสำหรับบุคคลที่แตกต่างกันไปตามฐานะ ตามความสะดวกระหว่างจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งการขนส่งมวลชนโดยทั่วไปสามารถแยกได้ 3 ประเภทดังนี้

1 การขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) การขนส่งมวลชนทางน้ำเป็นวิธีการขนส่งที่เก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากโลกของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากที่สุดหรือจะพูดให้ง่ายก็คือมีพื้นน้ำมากที่สุด และน้ำก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต จึงทำให้การสร้างเมืองในยุคใดๆก็ตาม มักจะสร้างเมืองไว้ใกล้ๆกับแหล่งน้ำเพื่อใช้สำหรับ บริโภคและอุปโภคนั้นเองจึงทำให้มีคลอง หรือแม่น้ำไหลผ่านเมือง มนุษย์จึงคิดวิธีการเดินทางข้ามแม่น้ำหรือคลองเพื่อลดระยะทางหรือเพื่อการขยายอาณาเขต การขนส่งมวลชนทางน้ำในปัจจุบันก็มีการพัฒนาไปไกลมาก โดยที่น้ำเครื่องยนต์มาเป็นการขับเคลื่อนของเรือแทนการใช้พลังงานของคนในการพายเรือ เราจะพบเห็นการขนส่งทางน้ำได้ตามแม่น้ำ อาทิเช่น เรือข้ามฝากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีหลายสถานี ซึ่งเรือโดยสารจะมีอัตราค่าบริการที่ถูก มวลภาวะน้อย แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าการขนส่งอื่นๆ

2 การขนส่งทางบก (Road or Motor Transportation) การขนส่งทางบกจัดได้ว่าเป็นการขนส่งมวลชนที่มีคนใช้บริการมากที่สุดก็ว่าได้และแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆคือ การขนส่งในระบบรางหรือการคนส่งทางรถไฟ ซึ่งการขนส่งมวลชนในระบบรางจะมีกำหนดการของเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางที่แน่นอนและมีความปลอดภัยสูงและรวดเร็ว แต่ค่าโดยสารอาจจะราคาสูงขึ้นนิดหน่อยและอีกหนึ่งรูปแบบก็คือการขนส่งโดยรถยนต์หรือทางถนน ซึ่งเชื่อว่าคนไทยจะคุ้นเคยกับการโดยสารรถประจำทางเป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

3 การขนส่งทางอากาศ (Air Transportation) การขนส่งมวลชนทางอากาศนั้นก็คือการโดยสารเครื่องบิน ซึ่งในกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การเดินทางระยะไกลและต้องการความรวดเร็วเป็นหลักเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในการขนส่งมวลชนเนื่องจากเครื่องบินแต่ละลำนั้นมีมูลค่าสูงมากและใช้เทคโนโลยีระบบสูงกว่าการขนส่งมวลชนอื่นๆรวมถึงค่าเชื้อเพลิงและค่าอื่นๆอีกมามายแต่ผู้โดยสารก็จะได้ซึ่งความสะดวกที่สุดและมาตรการรักษาความปลอดภัยมากที่สุดเช่นกัน

ระบบการขนส่งมวลชนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะการขนส่งมวลชนช่วยลดปัญหาต่างๆมากมาย อาทิเช่น ปัญหากาการจราจรติดขัด ปัญหาสภาพอากาศที่เป็นพิษหรือมลภาวะนั้นเอง แต่ทว่าประเทศไทยเองยังไม่มีการปลูกฝังให้ประชาชนในเมืองใหญ่ๆ และประชาชนทั่วไปหันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนและยังไม่มีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนต่างๆให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ จึงทำให้ประชาชนไม่อยากใช้สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบขนส่งมวลชนเท่าที่ควร

ปัญหาการพัฒนาระบบรถไฟไทย

7b7cb898bgbea76dbedk6

                ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรถไฟใช้เป็นอันดับต้นๆของเอเชีย โดยมีการจัดตั้งกรมรถไฟขึ้น หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาระบบรถไฟไทยตลอดมา แต่การพัฒนาก็ยังเป็นได้ช้า และเริ่มที่จะล้าหลังในหลายๆประเทศ อีกทั้งหัวรถจักรยังหาซื้อได้ยาก จึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบรถไฟไทย ให้เป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง

ประโยชน์ของรถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่ได้มีประโยชน์แค่การขนส่งคนจำนวนมากเท่านั้น แต่เป็นการย่นระยะเวลาในการเดินทาง แต่รถไฟฟ้าความเร็วสูงได้ทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจจำนวนมากมายมหาศาล และยังมีผลดีต่อการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน นอกจากนั้น การพัฒนาที่กระชับพื้นที่ได้ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างคุ้มค่า ตามมุมมองของนักวิศวกรขนส่ง  คุณค่าของรถไฟฟ้าความเร็วสูงนับว่าโดดเด่นมาก และตอบสนองความต้องการในการย่นระยะเวลาการเดินทาง สร้างความปลอดภัย ช่วยในการขนส่งสินค้าไปยังที่ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นว่ามีประโยชน์หลายด้านต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย นับว่าเป็นประโยชน์อันดีต่อการพัฒนาประเทศในด้านการวางแผนขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ พร้อมทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในอนาคต นอกจากนั้นยังได้ชี้ให้เห็นบทบาทและอนาคตของรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ทรงคุณค่ามากกว่าโครงข่ายการคมนาคมทางถนน และยังช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด เพราะผู้คนหันไปใช้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงมากกว่า แต่หากมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงก็ต้องปรับระบบการใช้ถนนเพื่อให้รถไฟอยู่รอด ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีการปรับค่าเดินทางทางถนนให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เราจะเห็นได้จากที่ถนนของญี่ปุ่นการเดินถนนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นเลยทีเดียว เพื่อนำเงินทางด้านนี้ไปพัฒนาระบบรถไฟฟ้า

อย่างไรก็ตามรถไฟฟ้าความเร็วสูงยังไม่สามารถคืบหน้าไปได้ เพราะเกิดปัญหาทางด้านการเมืองที่เป็นปัญหาสำคัญ โดยคำตอบของความพร้อมและความคุ้มค่านั้น รถไฟฟ้าความเร็วสูงก็เกิดจากความคิดเห็นของแต่ละคน ไม่ว่าจะเห็นว่าควรหรือไม่ควร หากแต่ขึ้นอยู่กับข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เราได้มองอย่างไตร่ตรองรอบคอบแล้วเท่านั้น ก็ต้องตามดูกันไปว่า ปัญหาทางการเมืองจะส่งผลให้การคมนาคมพัฒนาไปในทางใด