การพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทางเศรษฐกิจ

ในอดีตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในปัจจุบัน

เนื่องจากปัญหาเรื่องระบบการชำระเงิน ระบบการส่งสินค้า และระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันได้มีการแก้ปัญหาและพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นแนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจะเอื้อประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้น เนื่องจากการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น จุดเด่น คือประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยลดความสำคัญขององค์ประกอบของธุรกิจที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นอาคารที่ทำการ ห้องจัดแสดงสินค้า คลังสินค้า พนักงานขายและพนักงานให้บริการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์คือ ระยะทางและเวลาทำการแตกต่างกัน จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจอีกต่อไป

วัตถุประสงค์ของการใช้งานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการทำให้เกิดกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นลดการใช้กระบวนการที่ต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวเพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการบริการ การพัฒนาและเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีใดๆมาใช้นั้นมีให้เลือกมากมายหลายวิธี ผู้ประกอบการอาจจะต้องเริ่มจากเล็กๆ ไม่ซับซ้อน เช่นการใช้อีเมล์ การดูอินเทอร์เน็ต และลองดูว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง จนถึงขั้นที่อาจจะสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเองก็ได้

องค์ประกอบหลักของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

1.สร้างเว็บเพจ หรือร้านค้าบนเว็บ : ซึ่งสามารถประกาศขายสินค้าบนระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยอาจเป็นเพียงหน้าโฆษณาสินค้าธรรมดาที่เอาไปฝากกับเว็บไซต์อื่น หรือร้านค้าอื่นไว้ หรือ มีชื่อร้าน หรือเว็บไซต์เป็นของตนเอง

2.สร้างระบบตะกร้ารับสิ่งของสั่งซื้อ (Shopping Car System) : เป็นระบบที่สามารถคลิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าจากหน้าเว็บเพจได้โดยการคลิกซื้อแต่ละครั้ง จะเป็นการหยอดของลงตะกร้า หรือรถเข็นและสะสมไว้จนกว่าเราจะซื้อของครบ และตัดสินใจให้ระบบแคชเชียร์อัตโนมัติคำนวณเงิน

3.สร้างระบบความปลอดภัยในการชำระเงินค่าสินค้า ( Secure Payment System) : เป็นระบบ คิดคำนวณเงินและชำระเงินค่าสินค้าที่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่จะชำระด้วยบัตรเครดิต

4.องค์ประกอบของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คำสั่งซื้อที่ได้จะถูกส่งเข้า Mail Box หรือตู้จดหมายของเราโดยอัตโนมัติ

การพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเพื่อลดต้นทุน

ในภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง การทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับจำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก การเน้นการพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์และการบริการให้สอดคล้องกันทั้งระบบการตลาด โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีความหลากหลาย มีบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย สะดุดตา ในขณะเดียวกัน ราคาขายต้องเป็นราคายุติธรรม และผู้บริโภครับได้ ในด้านการบริการได้มีนโยบายการขยายช่องทางการจำหน่ายให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกในการซื้อ ด้วยการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วประเทศอย่างมีระบบ และการกระจายสินค้าทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ยังผลักดันให้เกิดการแข่งขันในภาคการผลิตของประเทศต่างๆให้สูงขึ้นตามไปด้วย ความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทยในอนาคตจึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมจากการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆมีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมไทย เพราะเครื่องจักรอุปกรณ์เป็นหัวใจของการผลิตสามารถใช้แก้ปัญหาการผลิต ทดแทนแรงงานฝีมือที่นับวันจะขาดแคลนมากขึ้น หรือแม้แต่การลดต้นทุนการผลิต

การพัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

โดยรูปแบบในการพัฒนาอาจเป็นด้านบรรจุภัณฑ์ หรือตัวผลิตภัณฑ์อาหารก็ได้ งานพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น อาศัยทั้งระบบและกลยุทธ์ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ การสร้างแนวความคิดผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนเริ่มต้นสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยอาศัยการเข้าถึงความต้องการหรือความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง การค้นหาความต้องการของผู้บริโภคจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ การเลือกใช้เทคนิคใดนั้นขึ้นกับการพิจารณาความเหมาะสม เช่น วัตถุประสงค์ในการสำรวจ งบประมาณ ระยะเวลา และความรู้ความเข้าใจในเทคนิคของผู้ดำเนินงาน

การพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการขนส่งของภูมิภาค ตลอดจนเป็นประตูเศรษฐกิจของพื้นที่เอเชียตอนใน รวมทั้งเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ การแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันไม่ได้เป็นการแข่งขันด้านการผลิตเพื่อให้มีต้นทุนต่ำที่สุดเท่านั้นแต่จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น การกระจายและขนส่งสินค้า การจัดการโลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่จะนำมาใช้ประกอบการวางแผนระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์

การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องหลายองค์กรที่ร่วมกันประชุมหารือประสานงานระดมสมองแก้ปัญหา เพื่อเปิดมิติใหม่ให้กับระบบการขนส่งสินค้า อาทิ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันทำให้ระบบโลจิสติกส์เป็นรูปธรรมอย่างเช่น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขนส่งและ Door – to – Port ข้อตกลงเพิ่มประสิทธิภาพของขนส่งสินค้า และข้อตกลง การนำส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ด่วนถึงมือผู้รับส่วนยุทธศาสตร์ทางอากาศนั้น มี 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ Global Distination Network โดยขยายเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั่งโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของสินค้า ในกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส และเอเซียใต้พัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติให้เป็นประตูระดับโลกโดยให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นประตูสู่ระดับโลก โดยให้สนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตเป็นประตูสู่ภูมิภาคเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ของโลกด้านอาหาร ผัก ผลไม้สด ดอกไม้ แฟชั่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ และเครื่องประดับ

การแข่งขันในตลาดโลกนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆความรวมเร็ว และต้นทุนทีทถูกลงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะประเทศไทยมีต้นทุนการขนส่งสินค้าสูงถึง 25-30 %จึงต้องเร่งแก้ปัญหา นอกเหนือจากการร่วมมือกับประทรวงการคลัง เพื่อวางแผนในการกำหนดแผนพัฒนาโลจิสติกส์ระดับประเทศแล้ว ส่วนของกระทรวงคมนาคมจะดูว่ามีศูนย์กระจายสินค้าคลังสินค้าที่รวบรวมสินค้าแล้วดูว่าจะส่งไปถึงปลายทางได้อย่างไร แต่เดิมเคยคิดว่าจะให้มีคลังสินค้า4 มุมเมือง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ขณะนี้กำลังดูรูปแบบที่เหมาะสมแล้วจะนำมาผสมผสานกับการขนส่งในหลายรูปแบบ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ เรือ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้สินค้าขนส่งได้เร็วที่สุดในราคาถูกที่สุดหากเป็นการขนส่งทางอากาศต้องเป็นสินค้าที่มีราคาแพง บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ต้องการความรวดเร็วหรือเป็นสินค้าเทกอง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรต่างๆ ก็ต้องขนส่งทางเรือ การบริหารจัดการเพื่อความรวดเร็วนั้นสำคัญ แต่ว่าการขนส่งให้ต้นทุนถูกก็สำคัญเช่นกัน แล้วแต่สินค้าแบบไหน แต่ต้องมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพราะโลจิสติกส์ คือการควบคุมทุกอย่าง ซึ่งเรามีข้อมูลแล้วว่าสินค้าแต่ประเภทจะขนส่งทางไหนบ้างจึงจะคุ้มค่าที่สุด

การพัฒนาระบบเพื่อสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ


ในปัจจุบันถือได้ว่ามีทิศทางที่ชัดเจนที่มีความพยายามในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขณะเดียวกันยังต้องการที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบการศึกษาใหม่เข้ามาพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แต่คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ คือ จะทำธุรกิจอะไรดี สร้างธุรกิจใหม่แล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากจะสร้างธุรกิจแล้วควรจะเริ่มต้นอย่างไร ต้องมีการพัฒนาความคิดจากปัจจัยใดบ้างจึงจะไม่ผิดพลาด ควรมีขั้นตอนในกระบวนการคิดก่อนดำเนินการอย่างไรบ้าง มีข้อเตือนใจอะไรบ้างก่อนดำเนินธุรกิจ เพื่อที่จะเกิดการผิดพลาดน้อยที่สุด

การดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะนำมาสร้างแนวคิดเชิงระบบที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะเข้ามาสู่ธุรกิจประสบความสำเร็จได้โดยง่าย โดยมีประเด็นประกอบการนำเสนอดังต่อไปนี้
1. การมีความรู้ในสาขานั้นๆ หรืออาชีพนั้นๆ ในเชิงลึก เพราะการที่ท่านจะสร้างธุรกิจในขณะที่ท่านขาดความรู้ ความชำนาญ ย่อมทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้ยากมาก ท่านจึงควรสนใจศึกษาเพิ่มเติม ค้นคว้า สอบถามจากผู้ที่ดำเนินธุรกิจนั้นๆ อยู่ก่อนว่าดำเนินธุรกิจอย่างไร ต้องมีความรู้ในเรื่องใดบ้าง มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง และควรจะสอบถามจากหลายๆแห่งในหลายสถานที่เพื่อที่จะได้ทราบมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และเกิดมุมมองที่หลากหลายมีความรอบคอบมากขึ้น และหากได้มีโอกาสศึกษาจากแต่ละสถานที่ที่แตกต่างกัน เช่น กรุงเทพ หาดใหญ่ เชียงใหม่ ด้วยก็จะทำให้สามารถมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยท่านจะต้องหัดเป็นคนตั้งคำถามว่า ทำไมกิจการจึงประสบความสำเร็จ ทำไมกิจการจึงประสบความล้มเหลว ทำไมกิจการจึงต้องดำเนินการเช่นนั้นมีเหตุผลอย่างไร มีกลยุทธ์ใดทำให้เขาประสบความสำเร็จ เขาใช้กลุ่มเป้าหมายใดในการทำตลาด เป็นต้น
2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกอย่างละเอียด ท่านจะต้องกำหนดพื้นที่กลุ่มเป้าหมายหรือขอบเขตพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจให้ชัดเจนก่อน และต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอกอย่างครบถ้วน
3. การวิเคราะห์ศักยภาพของตนเองและครอบครัว ที่นอกเหนือจากความรู้ ความชำนาญในอาชีพหรือธุรกิจนั้นๆ ว่าศักยภาพด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่จำเป็น เช่น มีเวลาเพียงพอที่จะทุ่มเทการดำเนินงานหรือไม่ มีผู้ช่วยดำเนินการมากน้อยเพียงใด มีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอในขั้นเริ่มต้นการดำเนินการหรือไม่ มีทำเลที่ดี มีการเตรียมการด้านกฎหมายบัญชี
4. การสร้างภาพจำลองธุรกิจ ผู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจควรจะพยายามวาดแผนภาพหรือแผนภูมิ โดยอาศัยความสัมพันธ์ทั้งจากการวิเคราะห์ด้านปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในตามข้อ 1-3 ข้างต้น มาสร้างภาพจำลองธุรกิจของตนโดยมองให้เห็นภาพของการดำเนินการทั้งหมด
5. การทดสอบภาพจำลองด้วยการวิจัยหรือการสอบถามกับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นลูกค้าว่าทีความเห็นอย่างไร รวมทั้งทำการทดสอบกับผู้ประกอบการโดยรวบรวมนำภาพจำลองมาเขียนเป็นประเด็นในการดำเนินการในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร หากนำไปปฏิบัติจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ข้อมูลที่ได้จากการทดสสอบเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและควรได้มีการนำความเห็นจากการวิจัยนำกลับมาทบทวนเพื่อปรับภาพจำลองให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาจจะต้องเปลี่ยนภาพจำลองให้เหมาะสมมากขึ้น ข้อสรุปจากภาพจำลองนี้จะนำไปสู่การเขียนแผนธุรกิจด้านอื่นๆต่อไป
6. การเขียนแผนธุรกิจ จากการทดสอบภาพจำลองธุรกิจและมีการปรับปรุงภาพจำลองแล้วก็นำภาพนั้นมาสู่การเขียนรายละเอียดของแผนธุรกิจในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่น ด้านการตลาด ด้านการเงิน ด้านบุคลากร กลยุทธ์หลักของกิจการ ทั้งนี้ให้อาศัยภาพจำลองที่นำมาสรุปเป็นกรอบในการดำเนินการต่อไป
7. การปรับปรุงแผนให้สอดคล้องและการวางแผนการดำเนินการตามระยะเวลา
8. มีการทบทวนแผนการทำงานเป็นระยะ ๆ เช่น เมื่อดำเนินการธุรกิจไปแล้ว 1 ปีไม่ประสบความสำเร็จทั้งนี้อาจจะมาจากสาเหตุใดๆก็ตาม ควรทำการศึกษาหาปัญหาแะสถาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปได้ว่าสภาพแวดล้อมที่เคยศึกษามาได้เปลี่ยนแปลงไป

ขีดขั้นการพัฒนาระบบในการขยายธุรกิจให้กลายเป็นระบบแฟรนไชส์ที่ดี


ปัจจุบันนี้การขยายธุรกิจนั้นทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการขยายด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายด้วยการขายส่ง หรือการขยายสาขาตัวเองเป็นเครือข่าย หรือการทำธุรกิจแบบขายตรง ในแต่ละรูปแบบธุรกิจก็มีความแตกต่างในวิธีการออกไป แต่มีบางธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบแฟรนไชส์ เนื่องมาจากลักษณะสำคัญของธุรกิจเป็นตัวบังคับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะธรรมชาติธุรกิจต้องเน้นการให้บริการในจุดจำหน่ายไม่สามารถที่จะนำเสนอสินค้าบริการด้วยรูปแบบสำเร็จรูป ใส่กล่องส่งขายในลักษณะช่องทางจัดจำหน่ายทั่วไปได้ แต่จำเป็นต้องมีการสร้างมาตรฐานในการจัดการ การทำร้านให้เป็นรูปแบบ ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยจำเป็นต้องขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อยังคงวิธีการให้บริการและการผลิตสินค้าในจุดขาย ดังนั้นถ้าการขยายสาขาของบางธุรกิจจำเป็นต้องสร้างระบบแฟรนไชส์มาสนับสนุนแล้วก็จะต้องทำความเข้าใจระบบธุรกิจอย่างดีเสียก่อน

ปัจจุบันมีการพัฒนาในรูปแบบของก้ำกึ่งจะเป็นแฟรนไชส์หรือเป็นการดำเนินการแบบ ธุรกิจสร้างอาชีพ  ซึ่งมักจะเกิดปัญหาในการขยายตัวหรือการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าการสร้างธุรกิจสร้างอาชีพหรือการลงทุนขนาดเล็กรูปแบบดังกล่าวเป็นความผิดพลาดหรือเป็นการหลอกลวง เพราะรูปแบบธุรกิจดังกล่าวนั้นมีอยู่แล้วมีการดำเนินการอย่างนี้มาเนิ่นนานเป็นแบบวิธีการหนึ่งของธุรกิจ เพียงแต่วันนี้อาจจะใช้คำจำกัดความในการเรียกไม่ลงตัว แต่เดิมหลายคนคงเคยได้ยิน ธุรกิจแบบลุงขาวไขอาชีพ ที่มีการสอนทำขนม อาหารและมีการขายอุปกรณ์พร้อมสำหรับคนที่อยากจะลงทุนทำอาชีพตัวเอง แต่ต้องเน้นกันด้วยว่าวิธีนี้ไม่ใช่เป็นวิธีการของแนวคิดแบบแฟรนไชส์

ธุรกิจแบบสร้างอาชีพนั้นจะมีขีดขั้นสามารถพัฒนาต่อเนื่องให้กลายเป็นระบบแฟรนไชส์ที่ดีได้ในขณะเดียวกันก็สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจค้าส่งหรือการสร้างสินค้ากลายเป็นโรงงานเน้นในแง่การผลิตไปได้ด้วย ในกรณีที่พัฒนาเข้าสู่ระบบการผลิตและเน้นการขายสินค้าแบบขายส่งธรรมดานั้นจะต้องมีการระวังในเรื่องแนวทางที่ต้องชัดเจน การให้สิทธิ์กับร้านสมาชิกและต้องมั่นใจในสินค้าที่จะรักษาคุณภาพในการผลิตได้จริง รวมถึงต้องยอมรับว่าในที่สุดสิ่งที่จะได้ก็คือ ตราสินค้า แต่ไม่ใช่ตราของร้านค้า การขยายงานแบบนี้จะกลายเป็นธุรกิจขายสินค้าทั่วไปไม่ใช่การขายทั้งระบบการจัดการ แบบที่แฟรนไชส์เป็น

แต่ถ้าหากต้องการวางแนวทางต้องปรับรูปแบบให้เป็นแฟรนไชส์ก็สามารถทำได้โดยเริ่มจากต้องวางแผนให้แน่ชัดเสียก่อนว่าต้องการสร้างระบบแฟรนไชส์จริงหรือไม่ และทำความเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้ชัดเจนวางแผนงานให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น สำคัญที่สุดคือ การออกแบบธุรกิจให้เหมาะสมกับการลงทุนของแฟรนไชส์ซีจริง สร้างรายได้และกำไรพร้อมที่จะกลายเป็นธุรกิจยั่งยืนได้ การวางแผนงานด้านการจัดการระบบการถ่ายทอดและสร้างคู่มือปฏิบัติที่เอามาใช้งานจริงร่วมกับทีมงานที่จัดตั้งเพื่อการรองรับสาขาด้วย การให้การสนับสนุนจริงจัง ความสำเร็จของแฟรนไชส์ซีจะสร้างผลกำไรให้กับองค์กรไปด้วย การจัดเก็บค่าบริหารจัดการต้องมีการวางแผนถูกต้อง ซึ่งธุรกิจลักษณะดังกล่าวถ้าต้องการปรับเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์อาจจะต้องเริ่มจากการสร้างร้านต้นแบบขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองเสียก่อน โดยมีหลักยึดที่จะต้องออกแบบให้ธุรกิจมีขนาดการลงทุนที่เหมาะจะเป็นอาชีพยั่งยืน เป็นร้านก็ให้มีขนาดพื้นที่และมียอดขายสูงพอที่จะสร้างกำไรคุ้มกับการลงแรง และเป็นธุรกิจมากกว่าอาชีพเสริม ถ้าหากมีร้านต้นแบบที่ดูใช้ได้แล้วการดำเนินการที่สร้างกำไรได้จริง แต่ต้องมีมากสาขาขึ้นมาอีกข้อเช่น อาจจะต้องมีเกินกว่า 3 สาขาเพื่อการเข้าใจธุรกิจที่เป็นระบบสาขาเราจะดูแลบริหารอย่างไร เมื่อมีสาขาแฟรนไชส์จะได้เข้าใจในการบริหารร้านที่ต่างพื้นที่ ต่างคนทำงาน ต่างลูกค้าจะต้องดูแลอย่างไร ในช่วงต่อมาต้องมีการสร้างชื่อเสียงให้ตราสินค้าเป็นที่รู้จัก เริ่มเน้นเรื่องระบบการบริหารงาน การจัดทำเครื่องมือการถ่ายทอดวิธีการทำงานให้เหมาะสม แล้วจึงเริ่มสร้างระบบแฟรนไชส์ขยายงานออกไป

เมื่อสามารถแยกแยะความแตกต่างของธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจสร้างอาชีพได้แล้ว สำหรับธุรกิจสร้างอาชีพที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กนั้นก็ยังสามารถพัฒนาได้ต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ใช่ธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ก็ตาม การพัฒนาธุรกิจจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายสร้างเครือข่ายที่ จะต้องซื้อสินค้าก็ยังทำได้และสุดท้ายการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ผลิต แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจสร้างอาชีพนั้น ไม่ได้เน้นในแง่ความสัมพันธ์ หรือจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในตราร้านค้าให้กับธุรกิจในระยะยาว และสุดท้ายอยู่ที่นักลงทุน ต้องเกิดความเข้าใจจริงๆเสียก่อนว่า ธุรกิจที่ต้องการลงทุนนั้นเป็นอะไรแน่และต้องการอะไรจากการลงทุนนั้นๆ การขาดความเข้าใจในตัวธุรกิจอย่างชัดเจนจะทำให้เกิดความเข้าใจรวมทั้งการคาดหวังที่ผิดไป ซึ่งภาวะดังกล่าวจะทำให้การลงทุนเสียหายด้วยความไม่เข้าใจและเสียกำลังใจภายหลังได้