การพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการตลาดเพื่อสินค้าและบริการ

การตลาด (Marketing) เป็นหน้าที่สำคัญทางธุรกิจ เนื่องจากหน่วยงานด้านการตลาดจะรับผิดชอบในการกระจายสินค้าและบริการไปสู่ลูกค้า ตั้งแต่การศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการการวางแผนและการสร้างความต้องการ ตลอดจนการส่งเสริมการขายจนกระทั่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า ปกติการตัดสินใจทางการตลาดจะเกี่ยวข้องกับการจัดส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) หรือส่วนประกอบที่ทำให้ การดำเนินงานทางการตลาดประสบความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลัก 4 ประการได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) สถานที่ (Place) และการโฆษณา (Promotion) หรือที่เรียกว่า 4 Ps โดยสารสนเทศ ที่นักการตลาดต้องการในการวิเคราะห์ วางแผนตรวจสอบ และควบคุมให้แผนการตลาด เป็นไปตามที่ต้องการมาจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้

1. การปฏิบัติงาน (Operations) เป็นข้อมูลที่แสดงถึงยอดขาย และการดำเนินงานด้านการตลาด ช่วงระยะเวลา ที่ผ่านมา โดยข้อมูลการปฏิบัติ งานจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากกา รดำเนินงานที่ช่วยในการ ตรวจสอบ ควบคุม และวางแนวทางปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

2. การวิจัยตลาด (Marketing Research) เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด โดย เฉพาะพฤติกรรมและความ สัมพันธ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจ โดย นักการตลาดจะทำการ วิจัยสมมติฐานและการเก็บข้อมูลจากกลุ่ม ตัวอย่างปกติ ข้อมูลในการวิจัยตลาดจะได้มาจากการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ และการใช้แบบสอบถาม

3. คู่แข่ง (Competitor) ปกติ ข้อมูลจากคู่แข่งขั้นจะมีลักษณะไม่มีโครงสร้าง ไม่เป็นทางการ และมีแหล่งที่มา ไม่ชัดเจน เช่น การทดลอง ใช้สินค้า หรือบริการ การสัมภาษณ์ลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย การ ติดตามข้อมูลในตลาด และข้อมูลจากสื่อสารมวลชน เป็นต้น

4. กลยุทธ์องค์การ (Corporate Strategy) เป็นข้อมูลสำคัญทางการตลาด เนื่องจากกลยุทธ์จะเป็นเครื่อง กำหนด แนวทางปฏิบัติของธุรกิจ และ เป็นฐานในการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดขององค์การ

5. ข้อมูลจากภายนอก (External Data) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาส หรือ อุปสรรค ของธุรกิจ โดยทำให้ความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ ลูกค้าขยายตัวหดตัว ตลอดจนสร้างคู่แข่งขันใหม่ หรือ เปลี่ยนขั้นตอนและรูปแบบในการดำเนินงาน

สินค้าและการบริการอะไรที่ไม่ควรขายในตลาดนัด

ปัจจุบันกระแสนิยมการขายของในตลาดนัดเปิดท้ายกำลังเป็นที่นิยมกันมาก เพราะมีต้นทุนการดำเนินงานที่ค่อนข้างถูกบวกกับเป็นการลองสนามสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการค้าขายมากนัก อีกทั้งผู้ประกอบการยังสามารถนำสินค้าที่ออกไอเดียผลิตเองมาทดสอบตลาดดูก่อนตัดสินใจขยายฐานการผลิตได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าสินค้าทุกอย่างจะสามารถขายในตลาดนัดได้เสมอไป ดังนั้นก่อนนำสินค้าไปวางขายในตลาดนัดผู้ประกอบการจึงต้องรู้ก่อนว่าอะไรควรขาย และอะไรไม่ควรเสี่ยงที่จะขายในตลาดนัด ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจทำให้เราทราบว่าสินค้าที่ไม่ควรขายในตลาดนัดมีดังต่อไปนี้

1. เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถนำมาขายในตลาดนัดนั้นควรเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและมีราคาไม่สูงนัก อย่างเช่น ไดร์เป่าผม วิทยุขนาดเล็ก พัดลมตั้งโต๊ะ โคมไฟ ฯลฯ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ อย่างเช่น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ เครื่องเสียง ฯลฯ นั้นควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะขายออกได้ยากแล้วยังมีปัญหาในเรื่องการเคลื่อนย้ายเมื่อฝนตกอีก อีกทั้งคนที่มาเดินตลาดนัดส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีกำลังซื้อมากเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกือบจะทั้งหมดก็มีราคาเริ่มต้นที่หลักพันบาทเข้าไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและเป็นการนำสินค้ามาวางขายไม่ตรงกับเป้าหมายของผู้บริโภค เรียกได้ว่าถ้าไม่ใช่ตลาดนัดที่มีชื่อเรื่องการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างคลองถม และสะพานเหล็กแล้วล่ะก็ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

2. เครื่องประดับราคาแพง

เป็นอีกหนึ่งประเภทสินค้าที่ท่านควรจะต้องหลีกเลี่ยงมากที่สุดเพราะนอกจากจะขายยากแล้วยังถือว่ามีความเสี่ยงที่สูงมากที่จะถูกโจรกรรมไปจากหน้าแผง เนื่องจากเป็นที่ทราบกันเป็นดีว่าตลาดนัดคือแหล่งชุมนุมที่ชุลมุ่นวุ่นวาย จึงมักเป็นโอกาสของเหล่าบรรดามิจฉาชีพที่ชอบแฝงตัวมาในกลุ่มลูกค้าเพื่อลักขโมยโดยเฉพาะ

3. อาหารสดและเครื่องอุปโภคที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ

เป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดนัดส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ที่ขาดความพร้อมในเรื่องของโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในเรื่องของการขายอาหารหรือสินค้าที่จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิ อย่างเช่น อาหารจำพวกเนื้อ หรือผักสด ฯลฯ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง หรือถ้าหากผู้ประกอบการอยากขายอาหารสดจริงๆท่านต้องมั่นใจด้วยว่าสินค้าที่จะนำมาลงที่แผงสามารถขายหมดได้ในวันนั้นจริงๆ จึงจะสามารถลงทุนได้เป็นกรณีพิเศษ

4. ผลิตภัณฑ์สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

เป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่าผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไปวางขายที่ตลาดนัดได้ เพราะถึงแม้ตลาดนัดกับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จะดูเป็นคำตอบที่ใช่และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คุ้มค่าเลยเมื่อเทียบกับการที่ผู้ประกอบการจะถูกจับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งที่จริงๆแล้วมีสินค้าอีกมากมายซึ่งท่านสามารถเลือกขายได้อย่างถูกต้อง แถมยังทำเงินได้ดีและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคไม่แพ้กับของละเมิดลิขสิทธิ์ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ไม้ประดับ อาหารง่ายๆ เครื่องใช้กระจุกกระจิก เป็นต้น

5. วัตถุอันตราย

ในช่วงเทศกาลเรามักจะเห็นพวก ดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะในตลาดนัด ซึ่งนอกจากมันจะผิดกฎหมายแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังเป็นวัตถุอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เพราะในตลาดนัดนั้นเต็มไปด้วยวัตถุที่ติดไฟได้ง่าย อย่างเสื้อผ้า และข้าวของต่างๆ แถมด้วยความที่ผู้คนแออัด ดังนั้นหากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริงๆก็จะมีแต่ความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการเอง

นอกเหนือจากการคัดสรรสินค้าที่ดีและหลีกเลี่ยงสินค้าบางประเภทแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการพึงมีก็คือ การสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจนั่นเอง อย่าลืมว่าถึงคุณจะวางแผนธุรกิจมาดีอย่างไร แต่ถ้าคุณบริการไม่ดีแล้วล่ะก็ รับรองว่าบรรดาขาช็อปในตลาดนัดไม่มีวันย้อนกลับมาซื้อของในร้านของคุณอีกแน่นอน

 

รวบรวมข้อมูลสินค้าและการบริการ อาทิ วิธีการเลือกซื้อ การใข้สินค้า การบริการ